การเลือกพื้นห้องนั่งเล่น ให้เหมาะกับบ้านเรา และเหมาะกับเรามากที่สุด

ห้องนั่งเล่น ถือเป็นห้องสำคัญห้องหนึ่งของบ้าน เป็นห้องที่สมาชิกทุกคนในบ้านได้ใช้เวลาร่วมกัน นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เป็นพื้นที่รับแขก เวลามีเพื่อนหรือญาติมาหาได้อีกด้วย ดังนั้นการตกแต่งห้องนั่งเล่นให้สวยงามมีสไตล์ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้ “Decor of the week” จะพาผู้อ่านทุกท่านไปดูวัสดุปูพื้นสำหรับห้องนั่งเล่น และไอเดียการเลือกใช้วัสดุ เพื่อให้ห้องนั่งเล่นของท่านสวยงาม ดูดีมีสไตล์ แบบที่ใครเห็นก็ต้องชื่นชอบแน่นอน”

การเลือกพื้นห้องนั่งเล่น

การเลือกพื้นห้องนั่งเล่น

“พื้น” เป็นส่วนประกอบสำคัญของห้องนั่งเล่น เป็นส่วนที่ผู้ใช้งานจะต้องสัมผัสอยู่แทบตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็ช่วยส่งเสริมบรรยากาศ เพิ่มสีสันให้กับห้องได้ ปัจจุบันในท้องตลาดมีวัสดุปูพื้นให้เลือกมากมาย ซึ่งวัสดุแต่ละแบบ ก็ให้อารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป ดังนั้น นอกจากจะควรเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมกับการใช้งานแล้ว การเลือกวัสดุปูพื้นให้เข้ากับสไตล์การตกแต่งห้อง จึงถือเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน

ซึ่งสไตล์การตกแต่งห้องนั่งเล่น สามารถตกแต่งได้หลายหลายรูปแบบ แล้วแต่ความชอบหรือรสนิยมของเจ้าของบ้าน วันนี้ “Decor of the week” จะขอยกตัวอย่างห้องนั่งเล่น 3 สไตล์ และการเลือกใช้วัสดุปูพื้นให้เข้ากับสไตล์การตกแต่งของแต่ละห้องมาฝากกันครับ ตามไปดูกันเลย

Contemporary คืออะไร ?
Contemporary คือ การตกแต่งในมีลักษณะร่วมสมัย มีการผสมผสานแนวการตกแต่งของสไตล์ classic และสไตล์ modern เข้าด้วยกัน เป็นแนวการตกแต่งที่เป็นกลางๆ ไม่หรูหราเกินไปเหมือนสไตล์ classic และดูทันสมัยในแบบ modern ให้ความรู้สึกอบอุ่น เรียบง่าย ดูแล้วไม่น่าเบื่อ อยู่ได้ทุกยุคสมัย

ตกแต่งอย่างไร ?
การตกแต่งสไตล์ Contemporary นั้นทำไม่ยากครับ เพียงเลือกใช้สีในโทนอบอุ่น ไม่จัดจ้าน เช่น สีครีม สีเทา สีเหลือง สีน้ำตาล สีเหล่านี้ช่วยทำให้รู้สึกสบายตา ส่วนวัสดุที่จะใช้นั้นสามารถ Mix&Match ให้เข้ากันได้ เช่น ใช้หนังร่วมกับวัสดุไม้ สำหรับเฟอร์นิเจอร์อาจจะเลือกดีไซน์ที่เรียบๆ เช่น โซฟานั่งเล่นทรงเหลี่ยมสไตล์โมเดิร์น เพียงเท่านี้ก็ได้ห้องนั่งเล่นสไตล์ Contemporary แล้วครับ

ใช้วัสดุพื้นอะไรดี ?
ห้องนั่งเล่นสไตล์ Contemporary จะเน้นการสร้างบรรยากาศให้ดูอบอุ่น อยู่สบาย ดังนั้นวัสดุปูพื้น แนะนำเป็นวัสดุลาย “ไม้” เพราะนอกจากจะให้ความรู้สึกอบอุ่นแล้ว โทนสีของไม้ยังสามารถเข้ากับการแต่งห้องแบบสไตล์ Contemporaryได้อีกด้วย แต่นอกจากไม้จริงแล้ว วันนี้ HomeDeeDee มีวัสดุทนแทนไม้จริงมานำเสนอครับ

“พื้นไม้ไวนิล”
ไวนิลหรือกระเบื้องยาง(Vinyl) คือ วัสดุที่ผลิตจากพลาสติกชนิดพิเศษ มีส่วนผสมระหว่างพลาสติกคุณภาพสูงรวมกับสารเพิ่มประสิทธิภาพต่างๆ เช่น สารเพิ่มความทนทานต่อสภาวะอากาศ แสงแดดและความร้อน ไวนิลจึงทนทานต่อแสงแดดรังสียูวีและสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเป็นวัสดุที่ไม่มีปัญหาเรื่องปลวก การผุกร่อน บิดงอ และไม่บวมน้ำ แถมปัจจุบันยังมีลวดลายให้เลือกมากมายและผิวสัมผัสใกล้เคียงไม้จริงมากด้วย

“พื้นไม้ลามิเนต”
ไม้ลามิเนต(Laminate) คือ ไม้ที่ถูกผลิตขึ้นด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยมีไม้เป็นส่วนประกอบ ผลิตจากรรมวิธีการบีบอัดไม้ด้วยความแรงสูง ร่วมกับความร้อน ส่วนลวดลายนั้นมาจากการใช้ภาพถ่ายลายไม้เสมือนจริง หรือออกแบบโดยคอมพิวเตอร์ และนำไปเคลือบทับด้วยเมลามีนลามิเนต ข้อดีคือ ถูกกว่าไม้จริง หาซื้อง่าย น้ำหนักเบา แต่ต้องระวังเรื่องความชื้นให้ดี หากเปียกน้ำควรเช็ดออกทันที

“พื้นไม้เอ็นจิเนียร์”
ไม้เอ็นจิเนียร์(Engineered Hardwood) คือ การนำไม้จริงมาสไลต์ผิวหน้า แล้วประกบกับไม้เนื้อแข็ง หรือไม้ยางพารา เพื่อประโยชน์หลายๆด้าน ได้แก่ ลดต้นทุนการผลิต ลดการใช้ไม้ลง และ เพิ่มความแข็งแรงให้กับไม้ เนื่องจากพื้นไม้เนื้อแข็งที่รองผิวหน้านั้นจะมีการยืดหดขยายตัวต่ำ ดังนั้นหน้าตาจึงเหมือนไม้จริงมาก ติดตั้งเสร็จรวดเร็ว มีความทนทาน และไม่ต้องขัดผิวไม้ที่หน้างาน

MODERN LUXURY

Modern Luxury คืออะไร ?
Modern Luxury คือ การตกแต่งในสไตล์ที่เน้นความเรียบง่าย ไม่รกตา แต่แฝงไปด้วยความหรูหรา และทันสมัยให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่สง่างาม มีความอบอุ่นและหรูหรา เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องมีพื้นที่มากหน่อย

ตกแต่งอย่างไร ?
การตกแต่งสไตล์ Modern Luxury เป็นการตกแต่งน้อยๆ แต่กลับได้ความหรูที่เรียบโก้ สีที่นิยมนำมาใช้คือ สีเบจ เทา น้ำตาล ขาว สำหรับฝ้าเพดานมักจะใช้ฝ้าเพดานสีขาว เพื่อให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง วัสดุตกแต่งควรเลือกประเภทที่มีความมันวาว เพื่อสะท้อนความหรูหรา เช่นพวกเมทัลลิก หรือจะเป็นผ้าซาตินก็ได้เช่นกัน เฟอร์นิเจอร์เลือกวัสดุที่เป็นหนัง หรือเฟอร์นิเจอร์ที่แซมด้วยสีทอง สีโครเมียม ก็จะเพิ่มความหรูหราได้มากยิ่งขึ้น

ใช้วัสดุพื้นอะไรดี ?
เนื่องจากสไตล์ Modern Luxury นี้ จะเน้นการตกแต่งที่ดูเรียบโก้ แต่แฝงความหรูหราไว้ด้วยความมันวาวของวัสดุ ดังนั้นวัสดุปูพื้น ที่เหมาะกับห้องสไตล์นี้ จึงแนะนำเป็นกระเบื้องแผ่นใหญ่ที่มีลักษณะมันวาว เงางาม เช่น “หินอ่อน” ก็จะให้ความรู้สึกหรูหราอลังการ เหมาะกับสไตล์นี้มากที่สุด

“หินอ่อน”
หินอ่อน(Marble) คือ วัสดุที่ได้จากธรรมชาติ ซึ่งก็คือหินปูนชนิดหนึ่ง ซึ่งมีแคลเซียมคาร์บอเนตเป็นองค์ประกอบหลัก ทำให้เกิดผลึกขึ้นมาและมีลวยลายสีสันขึ้นอยู่กับแหล่งที่มา มีจุดเด่นเรื่องความสวยงาม แข็งแกร่ง ทนรอยขีดข่วน ให้ลวดลายที่หรูหราแบบธรรมชาติ อายุการใช้งานยาวนาน ไม่ดูดซับน้ำและไม่เก็บความร้อน เป็นหินที่ดูดซับความเย็น ทำความสะอาดได้ง่าย สามารถเลือกตัดได้ตามขนาดที่ต้องการ

“กระเบื้องเซรามิกลายหินอ่อน”
กระเบื้องเซรามิก(Ceramic) เป็นกระเบื้องที่มีทั้งแบบเคลือบและไม่เคลือบ หรือจะกล่าวว่า กระเบื้องเซรามิคก็คือกระเบื้องดินเผา หรือบางคนก็จะเรียกว่ากระเบื้องเคลือบก็ได้ เป็นวัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน ดูแลรักษาง่าย แต่อาจไม่ทนต่อแรงกระแทก วัสดุประเภทนี้มีให้เลือกหลากหลายสีและขนาด

LOFT

Loft คืออะไร ?
สไตล์ Loft มีต้นกำเนิดมาจาก Industrial Style ซึ่งมีต้นแบบมาจากโรงงานหรือโกดังในสมัยก่อน เป็นการตกแต่งที่คำนึงถึงโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมภายในเป็นหลัก รวมทั้งจัดระเบียบของโครงสร้างและคงความเป็นโครงสร้างของคาน เสา เหล็กโผล่ ดูดิบๆ เน้นการวางพื้นที่แบบอิสระและทำให้ดูโปร่งโล่ง

ตกแต่งอย่างไร ?
การตกแต่งภายในสไตล์ลอฟ์ท จะเน้นโทนสี นํ้าตาล ขาว เทา ดำ เล่นกับความเป็น reality ของวัสดุ ให้ดูมีความดิบ เช่น ไม้ เหล็ก ปูนเปลือย ให้ความสำคัญกับเรื่องของการจัดวางตำแหน่งสิ่งของตกแต่ง ด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวโดยจัดวางพื้นที่แบบอิสระปลอดโปร่ง

ใช้วัสดุพื้นอะไรดี ?
จุดเด่นของสไตน์ลอฟท์ คือ ความดิบ ดังนั้นวัสดุพื้นที่เหมาะสมกับสไตล์ลอฟท์มากที่สุด คงหนีไม่พ้นการฉาบ “ปูนขัดมัน” หรือวัสดุที่มีหน้าตาคล้ายปูนเปลือย ดูน่าจะบ่งบอกถึงห้องสไตล์ลอฟท์ได้มากที่สุด แต่บางครั้งการทำพื้นปูนขัดมันอาจจะยุ่งยากเกินไป วันนี้ HomeDeeDee มีวัสดุที่ให้อารมณ์ปูนเปลือยมานำเสนอครับ

“กระเบื้องพอร์ซเลนลายปูนเปลือย”
พอร์ซเลน (Porcelain) คือ กระเบื้องที่มีลักษณะเป็นเนื้อเดียวกันตลอดทั้งแผ่น(เซรามิกเนื้อขาว) มีส่วนประกอบเป็น ดินขาว โดยนำไปผสมกับแร่อื่นๆ เช่น หินเขี้ยว หนุมาน ดินดำ ไชน่าสโตน และแร่หินฟันม้า เป็นต้น ผ่านกรรมวิธีการเผาในอุณหภูมิความร้อนประมาณ 1200 – 1300 องศาเซลเซียส คุณสมบัติคล้ายกระเบื้องเซรามิก แต่แข็งแรงทนทานกว่า มีค่าการดูดซึมน้ำต่ำมาก หรือแทบไม่มีการดูดซึมน้ำเลย ทนต่อการเสียดสีและขูดขีด มีขนาดให้เลือกหลากหลาย เช่น 60×60 , 60×120 ซม.

“ซีเมนต์บอร์ด”
ซีเมนต์บอร์ด(Cement Board) คือ วัสดุประเภทไม้อัดซีเมนต์ ที่รวมคุณสมบัติที่ดีของซีเมนต์และไม้เข้าด้วยกัน จึงได้วัสดุที่มีความยืดหยุ่นเหมือนไม้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแกร่ง ทนต่อสภาวะอากาศเหมือนซีเมนต์ ผลิตโดยการนำไม้ชิ้นเล็กละเอียดผสมกับซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงนำมาขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีพิเศษ ให้มีลักษณะเป็นแผ่นบอร์ด ได้ผิวหน้าที่เรียบเนียน ละเอียด สวยงาม มีสีและลวดลายเหมือนงานปูนเปลือย

มาดู 15 ไอเดียตกแต่งพื้นห้องนั่งเล่น แบบไม่เอ้าท์

1. ตกแต่งพื้นห้องนั่งเล่นด้วยพื้นสีขาว
เริ่มด้วยการตกแต่งห้องนั่งเล่นด้วยพื้นเรียบ ๆ อย่างพื้นกระเบื้องสีขาว หากต้องการเพิ่มความหรูหรา ควรเลือกใช้กระเบื้องแผ่นใหญ่จะช่วยเสริมความหรูหราได้เป็นอย่างดี การเลือกใช้พื้นสีขาว หรือสีครีมควรใช้คู่กับเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันต่าง ๆ เพื่อให้สีสันของเฟอร์นิเจอร์โดดเด่นมากขึ้นนั่นเอง และยังช่วยให้ตกแต่งห้องนั่งเล่นได้หลากหลายสไตล์มากขึ้นอีกด้วย

2. ตกแต่งพื้นห้องนั่งเล่นด้วยพื้นลายหินอ่อน
กระเบื้องพื้นลายหินอ่อน เป็นพื้นห้องนั่งเล่นยอดนิยม เพราะสวยงาม หรูหรา แม้ใช้คู่กับเฟอร์นิเจอร์ และผนังสีสันสดใสก็ยังเข้ากันได้อย่างลงตัว โดยปัจจุบันพื้นลายหินอ่อนไม่จำกัดแค่หินอ่อนแท้ที่มีราคาสูงเท่านั้น แต่ยังมีตัวเลือกอื่น ๆ อีก เช่น กระเบื้องเซรามิกลายหินอ่อน หรือกระเบื้องยาง SPC ลายหินอ่อน ที่ติดตั้งง่ายกว่า และดูแลได้ง่ายกว่าให้เลือกใช้ โดยยังคงให้ความรู้สึกหรูหราได้ดังเดิม และพื้นสัมผัสยังเย็นสบายเท้าอีกด้วย

3. ตกแต่งพื้นห้องนั่งเล่นด้วยพื้นลายไม้โทนสีเบจ
สำหรับการตกแต่งห้องนั่งเล่นด้วยพื้นลายไม้โทนสีเบจนั้น จะไม่เน้นที่สีสันสดใสแต่จะเน้นที่ลวดลายไม้อันโดดเด่น เมื่อนำมาจับคู่กับเฟอร์นิเจอร์ไม้ และสีเขียวจึงดูใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มความน่าสนใจได้ด้วยทาสีกำแพงเป็นสองสี โดยสีหนึ่งควรเลือกให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์เพื่อคุมโทนสีทั้งห้องให้ไปในทิศทางเดียวกัน

4. ตกแต่งพื้นห้องนั่งเล่นแบบปูนขัดมัน
พื้นห้องนั่งเล่นแบบปูนขัดมันเป็นการตกแต่งที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ชอบความดิบสไตล์ลอฟท์ เป็นการตกแต่งที่ดึงความดิบของโครงสร้างบ้านอันชัดเจนออกมา สำหรับพื้นปูนขัดมันในปัจจุบันก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีขัดมันที่ยุ่งยากอีกแล้ว เพราะมีวัสดุปูพื้นชนิดอื่น ๆ ที่ถูกผลิตออกมาทดแทน เช่น พื้นไวนิล พื้น SPC นอกจากจะสวยงามเหมือนจริงแล้วก็ยังติดตั้งได้ง่ายกว่าอีกด้วย

5. ตกแต่งพื้นห้องนั่งเล่นด้วยสไตส์การปูพื้นแบบเฉียง
การตกแต่งห้องนั่งเล่น ด้วยกระเบื้องแผ่นใหญ่ไม่จำเป็นจะต้องปูให้เป็นแนวตรงตามกำลังห้อง อาจเปลี่ยนมาปูทำมุมประมาณ 45 องศา เพื่อให้ห้องดูมีมิติมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถเลือกใช้กาวยาแนวสีอื่นนอกจากสีขาวเพื่อให้เห็นแผ่นกระเบื้องชัดเจนมากขึ้น ดูแปลกตามากกว่าการปูกระเบื้องโดยทั่วไป

6. พื้นห้องนั่งเล่นลายไม้หลากสีลายใหญ่
พื้นลายไม้ที่นำมาตกแต่งห้องนั่งเล่นนั้นไม่ได้จำเป็นจะต้องใช้เพียงสีเดียวเท่านั้น แต่สามารถเลือกใช้พื้นไม้ที่มีเฉดสีหลากหลายมาผสมผสานกัน เพื่อให้พื้นห้องนั่งเล่นดูน่าสนใจมากขึ้น เมื่อนำมาตกแต่งในห้องที่เปิดรับแสงภายนอกได้มาก ก็จะช่วยให้ภาพรวมของห้องนั่งเล่นน่านั่ง ดูสบายตามากยิ่งขึ้น

7. พื้นห้องนั่งเล่นลายไม้หลากสีลายเล็ก
นอกจากการเลือกใช้ลายไม้หลากสีแบบไม้แผ่นใหญ่แล้ว ก็อาจเลือกใช้แบบไม้ที่เป็นแผ่นเล็กได้เช่นกัน โดยลวดลายพื้นที่ได้จะดูละเอียดมากยิ่งขึ้น เหมาะกับการตกแต่งหลากหลายสไตล์ โดยเฉพาะสไตล์โมเดิร์น

8. พื้นห้องนั่งเล่นแพทเทิร์นเดียวทั้งห้อง
พื้นห้องนั่งเล่นแพทเทิร์นเดียวทั้งห้องเป็นอีกสไตล์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบแต่งบ้านให้ไม่เหมือนใคร ไม่เน้นความเรียบง่าย ต้องการเพิ่มลูกเล่นให้กับห้องนั่งเล่น โดยพื้นกระเบื้องที่มีลวดลายมาก ๆ จึงควรใช้คู่กับกำแพงที่มีสีโทนเดียวไม่มีลวดลายมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ลายตา และเปลี่ยนการตกแต่งได้ยากมากขึ้น

9. พื้นห้องนั่งเล่นลายไม้คู่กับห้องสีเอิร์ธโทน
พื้นห้องนั่งเล่นลายไม้ ไม่เพียงเหมาะกับห้องนั่งเล่นแบบโมเดิร์นเท่านั้น แต่ยังเข้ากับห้องนั่งเล่นสไตล์เอิร์ธโทนที่ไม่ต้องพึ่งพาเฟอร์นิเจอร์มากชิ้น หรือใช้สีสันมากจนเกินไป แต่กลับดูสบายตาไม่น่าเบื่อ เพิ่มความน่าสนใจได้ด้วยงานศิลปะชิ้นใหญ่สักหนึ่งชิ้น ก็ช่วยให้ห้องนั่งเล่นห้องน่านั่งมากขึ้นแล้ว

10. พื้นห้องนั่งเล่นลายเชฟรอน
การปูพื้นกระเบื้องลายเชฟรอน (Chevron) หรือลายซิกแซก เป็นลายที่ถูกปูให้ทำมุม 45 องศา เรียงต่อเป็นแถวสองด้านออกมาเป็นระเบียบสวยงาม เป็นอีกหนึ่งลวดลายที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ห้องดูมีมิติ เมื่อนำมาใช้ปูกระเบื้องสีดำก็เหมาะกับห้องนั่งเล่นสไตล์โมเดิร์น และเมื่อจับคู่กับกระเบื้องบุผนังสีปูนเปลือยก็ออกมาเป็นสไตล์ลอฟท์ที่ลงตัว

11. พื้นห้องนั่งเล่นลายไม้วางสลับด้าน
การปูพื้นลายไม้สลับด้านกันออกมาเป็นรูปสี่เหลี่ยมทั่วทั้งห้อง เป็นการเพิ่มลวดลายตกแต่งห้องนั่งเล่นได้อีกทางหนึ่ง เหมาะสำหรับทั้งห้องนั่งเล่นทั่วไปในบ้านที่อยู่อาศัยทั่วไป หรือคอนโดมิเนียม เพราะเป็นจุดดึงดูดสายตาอันโดดเด่นได้

12. พื้นห้องนั่งเล่นสไตล์มินิมอล
แน่นอนว่าถ้าเป็นตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์มินิมอลแล้วส่งที่ขาดไม่ได้เลยคือพื้นลายไม้ เพราะเป็นส่วนช่วยให้บรรยากาศในห้องอบอุ่นมากขึ้น อีกทั้งยังเหมาะกับการตกแต่งคู่กับเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีไปในทิศทางเดียวกัน อาจใช้พรมปูพื้นสีอ่อนพื้น ๆ ตัดกับลวดลายไม้ตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อให้ห้องดูไม่น่าเบื่อมากจนเกินไป

13. พื้นห้องนั่งเล่นลายก้างปลา
นอกจากลายเชฟรอนแล้ว ลายก้างปลาก็เป็นอีกลวดลายที่เหมาะกับการตกแต่งห้องนั่งเล่น และใช้กับห้องนั่งเล่นสไตล์มินิมอลได้เช่นกัน เข้ากับการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ เครื่องสานรวมถึงการตกแต่งด้วยดอกไม้แห้ง ก็ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูไม่แห้งเหี่ยวเกินไป

14. พื้นห้องนั่งเล่นเน้นลวดลายกระเบื้อง
การใช้กระเบื้องที่มีลวดลายจัดจ้านปูเหมือนกันทั้งห้องเหมือนกับบ้านสไตล์โบราณ เป็นอีกตัวเลือกตกแต่งห้องนั่งเล่นที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มีแสงเข้าถึงมาก และใช้คู่กับเฟอร์นิเจอร์สไตล์คลาสสิคก็ช่วยแสดงรสนิยมของเจ้าของบ้าน หรือจะใช้เป็นมุมถ่ายรูปให้กับแขกผู้มาเยือนได้เลยทีเดียว

15. พื้นห้องนั่งเล่นกระเบื้องดินเผา
กระเบื้องดินเผาไม่เป็นเพียงกระเบื้องที่ใช้ปูภายนอกเท่านั้น แต่ยังใช้ตกแต่งห้องนั่งเล่นได้อีกด้วย โดยกระเบื้องดินเผาเป็นวัสดุปูพื้นที่ใช้กับห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งจัดจ้าน ส่วนใหญ่มักพบเห็นได้ในต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตามการใช้กระเบื้องดินเผาก็ยังเหมาะกับการตกแต่งในห้องนั่งเล่นที่ใกล้กับพื้นที่ออกไปยังสวน เพราะจะช่วยให้บรรยากาศเข้ากับธรรมชาติมากขึ้น ออกแบบบริเวณบ้าน