Skip to main content

รีวิวภาพยนตร์เรื่อง LA LA LAND ภาพยนตร์มิวสิคัล น้ำดีที่คุณต้องห้ามพลาด

รีวิวภาพยนตร์เรื่อง LA LA LAND ภาพยนตร์มิวสิคัล น้ำดีที่คุณต้องห้ามพลาด

KIS REVIEWS: La La Land – KIS Today

รีวิวภาพยนตร์เรื่อง เล่าคร่าวๆ เกี่ยวกับหนังบ้าง
– เป็นหนังเพลงมิวสิคัล แต่บางคนอาจจะร้องอี๋ย ไม่ชอบ เบื่อ พรรณาพร่ำเพ้อไรเนี้ยะ ให้ทุกคนฉีกกฎ และลืมภาพความลำไยนั้นเองไปได้เลยว่าจะดูแล้วเบื่อ ไม่รู้เรื่อง คือหนังนี้กำกับได้ดีมาก ดูแล้วสนุก สลับกับบทพูดปกติกับมิวสิคัลได้อย่างลงตัวกลายเป็นรสอร่อย
บางคนดูหนังรักและอาจจะเบื่อถ้าทั้งเรื่องมีแต่บทพูดของตัวเอง แต่เรื่องนี้มีเพลง มีร้อง มีเล่น เต้น สลับไปทั้งเรื่อง ไม่หลับแน่นอน มันตื่นตาตื่นใจ
นางเอกของเรา ชื่อ ‘มีอา’ เป็นพนักงานประจำทีร้านกาแฟเล็กๆแห่งหนึ่ง ระหว่างนี้นางก็จะตะเวนไปแคสบทไปด้วย ฝันจริงๆคืออยากเป็นนักแสดง อาชีพขายกาแฟคือทางผ่านที่ทำเพื่อเลี้ยงชีพไปก่อน

หลังจากเห็นกระแส รีวิวภาพยนตร์เรื่อง LA LA LAND มาสักพัก ก็ได้โอกาสไปดูเองแล้วววว ! และขอบอกเลยว่านี่จะเป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในปีนี้ ไม่ว่าจะด้วยตัวบท การกำกับ นักแสดง การแต่งกาย องค์ประกอบศิลป์ รวมถึงดนตรีประกอบที่ไพเราะ นอกจากนี้ยังมีรางวัลเข้าชิงสูงสุดลูกโลกทองคำมาเป็นตัวการันตีอีกด้วย มาทำความรู้จักและอ่านรีวิว (แบบไม่สปอยด์) กันได้เลยยย

รู้จักกับ La La Land (นครดารา)
เป็นภาพยนตร์มิวสิคัล ที่บอกเล่าเรื่องราวของ มีอา (เอ็มมา สโตน) สาวสวยที่มีฝันอยากจะเป็นนักแสดงดาวรุ่ง และได้พบรักกับ เซบาสเตียน (ไรอัน กอสลิ่ง) นักเปียโนผู้อยากเปิดบาร์แจ๊สเป็นของตัวเอง แต่การไล่ตามความฝันของทั้งคู่ก็ทำให้ความสัมพันธ์รักระหองระแหงบ้างกว่าความฝันจะเป็นจริงได้
นำแสดงโดย ไรอัน กอสลิ่ง และ เอ็มมา สโตน ซึ่งทั้งคู่เคยได้แสดงร่วมกันมาแล้วใน Crazy, Stupid, Love(2011) และ Gangster Squad(2013)
กำกับและเขียนบทโดย เดเมี่ยน ชาเซลล์ (Damien Chazelle) ผู้กำกับจากเรื่อง Whiplash (2013)
ได้คะแนน IMDb 8.9/10 และ Rotten Tomatoes 93%

เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ (Golden Globes 2017) สูงสุดถึง 7 สาขา
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประเภทภาพยนตร์เพลงหรือตลก (Best comedy or musical)
นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ประเภท ภาพยนตร์เพลงหรือตลก (Best actress in a comedy or musical)
นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทภาพยนตร์เพลงหรือตลก (Best actor in a comedy or musical)
ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best director)
บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Screenplay)
ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Original Score)
เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Original Song)

เมื่อ Ryan Gosling พบกับ Emma Stone
นักแสดงทั้งสอง มีเคมีที่ลงตัวดีมาก นับเป็นการเจอกันครั้งที่ 3 ที่เหมาะสมที่สุด ถ้าไม่ใช่สองคนนี้ก็นึกไม่ออกแล้วว่าจะเป็นใคร
ตั้งแต่ฉากแรกที่ทั้งคู่สบตากัน สานความสัมพันธ์กัน จนรักกัน ทุกฉากทำให้เราคิดในใจว่าเอาออสการ์ไปเถอะ
เอ็มมา สโตน ได้โชว์ฝีมือการเต้น และโปรยเสน่ห์ผ่านรอยยิ้มและดวงตากลมโตที่เป็นเอกลักษณ์
ไรอัน กอสลิ่ง ได้แสดงฝีมือการเล่นเปียโน(ที่โหดมาก) ด้วยลีลาที่น่ารักสุดๆ ไปเลย มีทั้งความเท่และตลก(แบบไรอัน) ผสมผสานทำให้ดูไปอมยิ้มไป

งานอาร์ตและภาพโคตรโหด

องค์ประกอบ ศิลป์ ต่างๆ ทำ ออกมา ได้ วิเศษ ยอดเยี่ยม เพอร์เฟก (เป็น มากกว่า คำว่าดี ไม่มี อะไร จะ ว่ากล่าว เลย จริงๆ ) แต่ละ

ซีน เป็น ราวกับ งานศิลปะซึ่งสามารถ จับ ออกมา เป็น ภาพนิ่งงามๆ ได้ ทุกซีน

ไม่ว่า จะเป็น เครื่องมือ ตกแต่ง ฉาก ที่มี ความวิน เท จ แล้วก็ สีสัน ผ่องใส

รวมทั้ง การจัด ไฟ ใน หนัง ประเด็นนี้ ก็ เป็น ลักษณะเด่น มากมาย เป็น มิติ ใหม่ๆ สำหรับการนำ ไฟ มา เปลี่ยนแปลง สลับ อารมณ์

ใน แต่ละ ฉาก (ไม่ได้อยาก ส ปอย ด์ด้วยเหตุนี้ จำเป็นต้อง เข้าไปมองคุ้นเคย)

มีฉากที่ถ่ายทำ แบบ Long take มากมาย อย่าง ที่พวกเรา จะได้ มองเห็น กัน มาบ้าง แล้ว ในหนัง Whiplash (2013) ซึ่ง

การถ่ายทำ แบบ Long take ใน หนังมิวสิคัล ถือได้ว่าเป็นการโชว์ โหดเหี้ยม ของจริง ด้วยเหตุว่า ไหน จำเป็นที่จะต้อง เต้นไป

ด้วย ร้องไปด้วย แล้วยังจำเป็นที่จะต้อง ถ่าย ให้ได้ ภาพ ที่ งดงามอีก ดูหนังออนไลน์ฟรี

การแต่งกาย
แต่ละชุดของนักแสดงนั้นได้ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ซึ่งรวมๆ ทั้งเรื่องแล้วนับเป็นหลายสิบชิ้นเลย โดยจะมีกลิ่นอายของความวินเทจสูงมาก
ชุดของไรอัน กอสลิ่ง จะมาในแบบผู้ชายเนี้ยบๆ ใส่เสื้อเชิ้ต เนคไท และกางเกงขายาว แต่ยังคงความวินเทจเท่ๆ ไว้อยู่
ชุดของเอ็มมา สโตน จะมีสีสันสดใส เน้นไปในโทน สีเหลือง สีแดง และสีน้ำเงิน สื่อถึงความเป็นคนช่างฝันโลกแฟนตาซีมากๆ ซึ่งแต่ละชุดใส่ออกมาแล้วโคตรเวรี่น่ารัก !

ทุกเพลงประกอบมีเรื่องราว
ทุกเพลงมีกลิ่นอายของความแจ๊ส เมื่อฟังแล้วจะรับรู้ได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกอะไรบางอย่าง ทั้งสุข เศร้า เหงา สามารถลองฟังและร้องตามกันไปก่อนได้

สรุป
เอาคะแนนไปเลย 9/10
คงไม่บ่อยนักที่เราจะได้ชมภาพยนตร์มิวสิคัล และน่าจะกินใจใครหลายๆ คนโดยไม่จำเป็นต้องชอบดนตรีแจ๊สก็ได้ (ยิ่งไม่ชอบยิ่งอยากให้ลองชม รับรองว่าจะติดใจ)
แค่เข้าไปนั่งฟังเพลงก็คุ้มแล้ว
แค่เข้าไปดูภาพและองค์ประกอบศิลป์ต่างๆ ก็คุ้มแล้ว
หัก 1 คะแนนที่เนื้อเรื่อง เพราะอาจจะไม่ได้ใหม่มาก แต่ก็สามารถทำออกมาในมุมมิวสิคัลที่กลมกล่อมดี
นักแสดงต้องได้ออสการ์
เริ่มฉาย sneak preview วันที่ 29 ธันวาคม และฉายจริงวันที่ 12 มกราคม 2560

บทวิจารณ์ : ภาพยนตร์เรื่อง La La Land เป็นประเด็นที่ใครหลายคนกำลังพูดถึงอยู่ในช่วงนี้ ว่ากันว่ารางวัลออสการ์คงไม่หนีหายไปไหนง่ายๆ เพราะขนาดงานลูกโลกทองคำ ก็ยังเข้ากวาดรางวัลแทบจะทุกสาขาเลยด้วยซ้ำไป เพราะได้มาถึง 7 รางวัล ไม่เจ๋งจริงทำแบบนี้ไม่ได้นะเนี่ย

หลังจากได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ คงต้องขอออกตัวเอาไว้ก่อนเลยว่า ถึงแม้หนังเรื่องนี้มีจะสร้างความประทับใจได้เกือบตลอดทั้งเรื่อง แต่ถ้าใครไม่ใช่คนที่เคยดูละครเพลงมาก่อนแล้วล่ะก็ อาจจะรู้สึกเบลอๆ มึนๆ กับการดู La La Land ได้ แต่เราอยากขอให้คุณเปิดใจ และเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีที่สุดแสนจะไพเราะ การเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลขณะเต้นรำ รวมไปถึงการรับส่งบทของนักแสดง ถ้าหากว่าคุณสังเกตดีๆ แล้วล่ะก็ ทั้งสีหน้า แววตา กริยาอาการของตัวละครนั้นดูสมจริง พระเอกและนางเอกก็ดูจะเข้าขากันได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขาเคยทำงานร่วมกันมาก่อนก็จริง แต่ธรรมชาติของภาพยนตร์แต่ละเรื่องย่อมแตกต่างกันออกไป พวกเขาสามารถสร้างคาแรคเตอร์ใหม่ๆ ที่แสนลงตัว และน่าติดตามขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมันสร้างบรรยากาศสุดโรแมนติกขึ้นมาได้อย่างละมุนละไม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *