Skip to main content

รีวิวหนังไทย พี่มาก..พระโขนง (Pee Mak) กับนักแสดงมากฝีมือ ตลกมาก

รีวิวหนังไทย พี่มาก..พระโขนง (Pee Mak) กับนักแสดงมากฝีมือ ตลกมาก

เรื่องย่อ พี่มากพระโขนง

รีวิวหนังไทย เมื่อได้ยินประโยคนี้ ผมเชื่อว่าหลายคน โดยเฉพาะคอหนังผีไทย น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะคงจะมีหนังอยู่ไม่กี่เรื่องหรอกครับ ที่แค่เพียงพูดประโยคเดียว ก็รู้ได้เลยว่ากำลังหมายถึงเรื่องอะไร และคิดว่าทุกคนคงจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหนังเรื่องนี้ คือ “แม่นาคพระโขนง”

ที่จริงตำนานแม่นาคพระโขนง ถือว่าเป็นหนึ่งในหนังผีไทยที่ถูกถ่ายทอดออกมาหลายต่อหลายครั้ง ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที ละครวิทยุ หนังสือนิยาย การ์ตูน และภาพยนตร์ เพราะความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักอมตะของหนุ่มสาวที่มาพร้อมกับความสยองขวัญ จึงทำให้หนังเรื่องนี้จะถูกผลิตซ้ำกี่ที คนดูก็เสพได้ไม่มีเบื่อครับ

ส่วนตัวผมเคยดูแม่นาคมาแล้ว 3-4 ครั้งจากทั้งละครและภาพยนตร์ บอกตามตรงว่า สิ่งที่สัมผัสและตราตรึงของเรื่องราวในแม่นาคพระโขนงทุกเวอร์ชันก็คือ ความสยองขวัญและความน่ากลัว แม้จะเป็นเรื่องราวของความรัก
แต่เป็นความรักที่มาพร้อมกับความยึดติดไม่ปล่อยวาง และลงท้ายมักจะจบลงด้วยความเศร้า แต่สำหรับแม่นาคพระโขนงเวอร์ชันล่าสุดแบบภาพยนตร์ที่ใช้ชื่อว่า “พี่มากพระโขนง” บอกได้เลยว่า เป็นการตีความแม่นาคแบบพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ จะแตกต่างอย่างไร ไปติดตามอ่านได้จากรีวิวด้านล่างเลยครับ

พี่มากพระโขนง เป็นหนังที่หยิบยกเอาเรื่องราวความรักของแม่นาคพระโขนงมาเล่าในมุมใหม่อย่างที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน เพราะเรื่องราวต่าง ๆ ในตำนานแม่นาคพระโขนงที่ผ่านตาเรามานั้น ส่วนใหญ่จะเน้นที่ตัวแม่นาค แต่สำหรับเวอร์ชันนี้ เป็นการเล่าเรื่องโดยตีความต่างจากที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง เพราะบทหนังได้ใช้พี่มาก เป็นตัวหลักของการเล่าเรื่อง จึงเป็นที่มาของชื่อหนังในเวอร์ชั่นนี้ครับ

พี่มากพระโขนง เป็นหนังของค่าย GDH (หรือในชื่อเดิม GTH) นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ, ดาวิกา โฮร์เน่, กันตพัฒน์ สีดา, ณัฏฐพงษ์ ชาติพงษ์, อัฒรุต คงราศรี และพงศธร จงวิลาส สำหรับบรรยากาศและกลิ่นอายของหนังเรื่องนี้บอกเลยว่า เป็นหนังผีที่ดูโรแมนติกสุด ๆ เท่าที่เคยดูมา แถมยังมีความฮาแบบอัดแน่นเกือบทุกตอน (นี่กำลังรีวิวหนังผี อยู่จริง ๆ ใช่ไหม)

เพราะการที่นำตัวจตุรเทพแห่งความตลกทั้ง 4 คน เจ้าประจำของหนังค่าย GDH มารับบทเป็นเพื่อนพี่มาก โดยเฉพาะ ฟรอย ณัฏฐพงษ์ (รับบทเป็น เต๋อ)

และ เผือก พงศธร (รับบทเป็น เผือก) ที่ออกมาทีไร จะต้องมีขำแทบทุกฉาก ทุกตอน ซึ่งแม้ความตลกจะเหมือนเป็นธีมหลักของหนังเรื่องนี้

โดยเข้ามาอยู่ในเนื้อหาของหนังกว่า 70-80% แต่ก็ไม่ได้ทำให้หนังขาดบรรยากาศของตำนานแม่นาคพระโขนงแต่อย่างไร เพราะด้วยทั้งสถานที่ถ่ายทำ ฉากต่าง ๆ ในเรื่อง ยังให้อารมณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นตำนานได้อย่างชัดเจน

(แม้จะมีลูกเล่นในการนำเสนอฉากให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น เช่น ฉากงานวัด) ในส่วนฉากฮาที่ผมชอบสุด ๆ ก็จะเป็นตอนที่ เต๋อกำลังพยายามจะบอกว่า แม่นาคเป็นผี แต่พูดอย่างไรก็ไม่รู้เรื่อง เพราะโดนผึ้งต่อยมาเต็มหน้า หรืออีกฉากที่หลายคนน่าจะจำได้ดี คือ ฉากที่ทั้ง 6 คนเล่นใบ้คำด้วยกัน

ในส่วนการนำเสนอเรื่องราวความรักในเวอร์ชันนี้ ทำได้ดีเกินคาดเลยครับ ทั้งการแสดงของมาริโอ้ และใหม่ ดาวิกา ที่รับส่งอารมณ์กันได้อย่างลงตัว

ส่วนบทก็ถือว่าทำการบ้านมาดีมาก เก็บรายละเอียดได้เป็นอย่างดี อย่างเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการใช้คำ แทนคำเรียกที่เปลี่ยนจาก “ข้า” กับ “เอ็ง” มาเป็นคำสมัยใหม่อย่าง “เค้า” กับ “ตัวเอง” ทำให้หนังเรื่องนี้น่ารักขึ้นเป็นกองเลยครับ

อีกทั้งฉากโรแมนติกของหนัง ถึงแม้จะมีเนื้อหาในเรื่อง ประมาณ 20-30% แต่ฉากเหล่านั้นก็สร้างความประทับใจได้อย่างเต็มเปี่ยม

เช่น ฉากที่ทั้งคู่อยู่บนชิงช้าสวรรค์ กับคำพูดของแม่นาคที่ว่า “เค้าขอโทษนะ ที่ตัวเองตายก่อนเค้าไม่ได้แล้ว” หรือไม่ก็ฉากสุดประทับใจในวัดที่เป็นจุดเฉลยเรื่องราวต่าง ๆ ทั้งหมด (เรียกน้ำตาได้เล็ก ๆ) กับคำพูดพี่มากที่ติดหูว่า “ถ้าไม่มีตัวเองเค้าอยู่ไม่ได้หรอก

ตัวเองก็รู้ว่าเค้ากลัวผี แต่เค้ากลัวไม่ได้อยู่กับตัวเองมากกว่า” และประโยคธรรมดาอันเป็นสัญลักษณ์ของหนังเรืองนี้ ที่แม่นาคพูดบอกรักพี่มากอย่าง “รักพี่มาก มาก ๆ” ก็ถูกนำมาเล่นตบท้ายได้สุดแสนโรแมนติกปนขำ ด้วยการบอกรักกลับของพี่มากว่า “รักนาค นาค ๆ เหมือนกันนะ”

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ นั่นก็คือเพลงหลักที่ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้เพลงเก่า อย่าง “อยากหยุดเวลา” ขับร้องโดย ปาล์มมี่ (อีฟ ปานเจริญ) ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างซาบซึ้ง และสื่ออารมณ์ได้ถึงเรื่องราวความรักของพี่มากกับนางนาคได้เป็นอย่างดี เปิดขึ้นมาในหนังทีไร ยิ่งช่วยทำให้อารมณ์ของหนังถูกเติมเต็มมากยิ่งขึ้น ดูหนัง ไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *