Skip to main content

รีวิวหนัง “The Fault in Our Stars ดาวบันดาล” หนังรักธรรมดาที่มีเสน่ห์

รีวิวหนัง “The Fault in Our Stars ดาวบันดาล” หนังรักธรรมดาที่มีเสน่ห์

'The Fault in Our Stars

‘The Fault in Our Stars

รีวิวหนัง  เรื่องย่อ หนัง ‘The Fault in Our Stars’

จุดเริ่มแรก ของเรื่องราว อยู่ ที่ สาวน้อย คน หนึ่ง ผู้ซึ่งเป็นโรค โรคมะเร็ง ร้าย คุณ ปางตายมา แล้ว คราวหนึ่ง แม้ว่าจะรอด แม้

กระนั้น ก็ ไม่มี อะไร ยืนยัน ว่า คุณ จะจาก โลก นี้ ไป อีกรอบ หนึ่ง วัน ไหน ถึงแม้ ไม่รับว่าตนเอง มีลักษณะอาการ เหงาหงอย แต่

ว่า ก็ยอม ไป เข้าพวก บรรเทาเพื่อ ความไม่รู้สึกกลุ้มใจ ของผู้ เป็น แม่ แล้วก็ตรงนั้น ที่ ที่ ทำให้คุณได้เจอ กับ “เขา”

Hazel (Shailene Woodley) ได้ พบ กับ Augustus (Ansel Elgort) ในวันนั้น วันที่ต่างคนต่งเพ่งมอง กัน สนทนา กัน

กระทั่ง มัน ขยับขยาย เปลี่ยนเป็นความรัก ท้ายที่สุด ถึงแม้ว่า คุณ จะ เป็น ผู้เจ็บป่วย ใกล้ตาย แม้กระนั้น เขา ก็ ยัง รัก คุณ

เนื่องจากถึงแม้ว่า คุณ จะเจ็บไข้ แม้กระนั้น คุณ ก็ ยัง มอง งาม อยู่ เวลาเดียวกัน เขา ก็มีความเด็ดเดี่ยว รวมทั้ง มี อารมณ์ขันไม่

น้อย แถม ยัง มี จิตใจ ดี พาเพื่อนพ้อง ที่ มีอาการป่วยเป็น โรคมะเร็ง มา เข้าพวก บำบัดรักษา

The Fault in our Stars อาจจะเป็นแค่หนังรักวัยรุ่นที่มีพล็อตบีบน้ำตาสุดแสนธรรมดาสามัญเนื่องจากหนังมีองค์ประกอบอันประกอบไปด้วยตัวละครที่ป่วยไข้จวนเจียนจะตายเพราะป่วยเป็นโรคมะเร็ง แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว TFIOS ซึ่งดัดแปลงมาจากนวนิยายต้นฉบับของผู้เขียน “จอห์น กรีน” นั้นมีอะไรกว่าแค่ความรักน้ำเน่าของหนุ่มสาว

จริงอยู่ที่ว่าพล็อตเรื่องมันไม่ได้มีอะไรหวือหวาหรือเหนือความคาดเดา ทว่าการผสมผสานอารมณ์ซึ่งใส่ความละเมียดละไมของผู้เขียน ในการเร้าอารมณ์ผู้อ่านให้เริ่มหลงรักและทำความเข้าใจไปกับตัวละครจนพวกเขาเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของคนอ่าน และพร้อมจะบีบต่อมน้ำตาให้คุณน้ำตาไหลพรากยามที่พวกเขาจะเผชิญกับมรสุมชีวิต ผู้กำกับอย่าง จอช บูนนั้น เลือกจะหยิบงานต้นฉบับมาถ่ายทอดอย่างซื่อตรง และพึ่งพาทักษะทางการแสดงของเหล่าซุปตาร์ดาวรุ่นหน้าใหม่อย่างไชลีน วู๊ดลีย์และแอนเซล เอลกอร์ทแทน ดูหนังออนไลน์

เรื่องราวใน TFIOS บอกเล่าเรื่องราวของเด็กสาววัยรุ่นอย่าง ฮาเซล แลนคาสเตอร์ (ไชลีน วู๊ดลีย์) เธอป่วยเป็นโรคมะเร็งเฉียบพลันตั้งแต่เด็กและเธอหวุดหวิดเกือบเสียชีวิตไปแล้วครั้งหนึ่งตอนอายุ 13 ปี จากเหตุการณ์ครั้งนั้นเธอกลับรอดตายมาอย่างปาฏิหาริย์และมีชีวิตอยู่มาถึงอายุ 16 ปี ฮาเซลมีแม่ที่ชื่อแฟรนนี่(ลอร่า เดิร์น์) ซึ่งดูแลเธออย่างเยี่ยมยอด และมีพ่อผู้แสนอ่อนไหวอย่างไมเคิล(แซม แทรมเมลล์)

หลังจากที่ฮาเซลรอดชีวิตมา เธอยังใช้ชีวิตแบบชาญฉลาด เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขัน แต่ด้วยความป่วยไข้ที่เธอเป็นโรคมะเร็งนั้นทำให้เธอไม่สามารถออกไปมีเพื่อนในสังคมใหม่ๆ ชีวิตเธอมักจะวนเวียนอยู่แค่กลุ่มช่วยเหลือและให้คำปรึกษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ประกอบกับอุปกรณ์ช่วยหายใจที่ถูกเสียบคาจมูกของเธอไว้ตลอดเวลาทำให้เธอไม่สะดวกที่จะทำอะไรโลดโผนมาก เพราะมันมีหน้าที่ช่วยให้ปอดของเธอทำงานอย่างปกติ

วันหนึ่งระหว่างที่ฮาเซลกำลังนั่งเซ็งซังกะตายกับการบำบัดในศูนย์ให้คำปรึกษาเพื่อนผู้ป่วยโรคมะเร็งอยู่นั้น เธอก็ได้พบกับ กัส วอเตอร์ส(แอนเซล เอลกอร์ท) หนุ่มหล่อวัย 18 ปีที่เขาสูญเสียขาไปเพราะโรคมะเร็งซึ่งกำลังพักฟื้นร่างกายจนถึงทุกวันนี้ ความฝันอันสูงสุดของกัสก็คือการทำให้ตัวเองเป็นคยที่พิเศษและหวังว่าจะออกไปทำอะไรใหม่ๆในโลกกว่าง เมื่อฮาเซลและกัสได้ทำความรู้จักกัน ทั้งสองกลับถูกเชื่อมโยงด้วยหนังสือที่เฮเซลชอบอ่านอย่าง An Imperial Affliction ซึ่งเล่าเรื่องราวของผู้ป่วยโรคมะเร็ง เขียนโดย ปีเตอร์ ฟาน ฮูเต็น(วิลเลียม เดโฟ)

เมื่อฮาเซลได้เขียนอีเมล์โต้ตอบไปหาปีเตอร์ และกัสก็ช่วยสานฝันให้เธอด้วยการเขียนอีเมล์แจ้งความจำนงค์ไปว่าฮาเซลนั้นอยากจะไปพบตัวจริงของปีเตอร์เพื่อพูดคุย และฮาเซลก็ได้รับจดหมายตอบกลับมาเพื่อเชื้อเชิญให้เธอเดินทางไปยังอัมสเตอร์ดัม ทริปท่องเที่ยวที่ทำให้ฮาเซลได้เดินทางไปพบกับนักเขียนในดวงใจพร้อมกับหลายเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ชีวิตเธอก็คาดไม่ถึงมาก่อน

TFIOS ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นั้นสามารถทำให้ตัวละครสามารถเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของคนดูได้เพราะนักแสดงมีเสน่ห์มากและเคมีระหว่างฮาเซลและกัสก็ลงตัวกันตั้งแต่ฉากแรกพบ ประกอบกับทักษะทางการแสดงที่เข้าถึงของตัวละคร ฮาเซลเป็นเด็กสาวที่เข้าใจในชีวิต เธอไม่ได้เป็นเด็กสาววัยรุ่นที่มัวแต่เศร้าโศกกับเรื่องความตายที่อาจจะถามหาเธอได้ทุกครู่ทุกยาม แต่เธอพยายามจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างคุ้มค่าและมีความสุขที่สุดตามสภาพ

เนื้อหา ของ TFIOS นั้น จับเรื่อง “ความตาย” เอามา เป็น แกน หลัก ของ หนังได้อย่าง แยบคาย ลึกซึ้ง ไม่ว่า จะเป็น ฉากงาน

ฌาปนกิจศพ ของ ผู้แสดง นาง เอก ได้ บอกว่า “งานฌาปนกิจศพ นั้น มิได้ จ้ด ขึ้น เพื่อ ผู้ที่ จาก พวกเรา ไป แล้ว ถ้า แต่ว่า จัด ขึ้น

เพื่อ ผู้ที่ ยัง มีชีวิต อยู่ ถัดไปต่างหาก” ซึ่งมัน สะท้อน ให้ พวกเรา มีความคิดเห็นว่า การคร่ำครวญ กับ การสิ้นไป นั้น ไม่สมควรจะ

เอามาเป็น ปัญหา ให้ กับ ชีวิต ความตาย ล้วแต่เกิดขึ้น วนเวียน อยู่บริเวณ ตัวเรา ความตาย ของ คนที่อยู่รอบข้างนั้น เป็น สิ่ง

หนึ่ง ที่จะ จำเป็นต้อง เกิดขึ้น กับ ตัวเรา เช่นเดียวกัน ไม่ วันใด ก็ วันหนึ่ง

 

ภาวะ การรำลึก ทราบ ถึงความตาย ของ ฮา เซ ลนั้น สะท้อน ให้ผู้ชม “ดำรงชีวิต ที่ มี อยู่ ใน ทุกเมื่อเชื่อวัน” ให้คุ้ม ที่สุด เท่าที่ จะ

เป็นไปได้ สิ่งที่ทำพวกเราน้ำตาริน (และไม่ ใช่เยงแค่ ฉาก เดียว ของ หนัง หัวข้อนี้) ก็คือฉากนางเอก ของเรื่อง บากบั่นจะ

เดิน ขึ้นไป มอง บ้าน ของ แอน แฟรงค์ซึ่ง ไม่มีลิฟต์ มี แม้กระนั้น บัน’ได้ ชันๆ ซึ่ง การปั่น ขึ้น ที่สุง มากมายๆ ทำให้คุณ

เหน็ดเหนื่อย จับ แม้กระนั้น คุณ ก็ยังคงยืนกราน ที่จะเดินขึ้นไป พร้อมทั้ง หอบ ถังออก สิเจนไป พร้อมๆ กับคุณ มันเป็น ฉากที่

พวกเรา เอาใจช่วย และก็ รู้สึก ถึงความมีชัย เล็กๆ ของคนเรา ที่ “เอาชนะ” หัวใจ ของตนเอง ได้ อย่างงดงาม

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *